ใครเหนือกว่า เปิดสถิติ “เมสซี” ปะทะ “โรนัลโด” ก่อนดวลกันรอบแบ่งกลุ่ม ชปล.

เปิดสถิติการปะทะกันระหว่าง ลิโอเนล เมสซี กับ คริสเตียโน โรนัลโด 2 ยอดนักเตะแห่งยุคนี้ว่าใครเหนือกว่ากัน หลังถูกจับให้มาเจอกันในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2020/21

วันที่ 2 ต.ค. 63 ควันหลงการจับสลากแบ่งสาย ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2020/21 เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่ง 1 ในไฮไลต์สำคัญอยู่ที่กลุ่มจี โดย ยูเวนตุส ทีมจากโถ 1 ที่มี คริสเตียโน โรนัลโด เป็นตัวชูโรง ถูกจับให้มาอยู่ร่วมกับ บาร์เซโลนา ซึ่งปีนี้หลุดไปอยู่ในโถ 2 ที่นำทัพโดย ลิโอเนล เมสซี นักเตะซึ่งเป็นคู่ปรับในการช่วงชิงความสำเร็จกันตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ส่วนอีก 2 ทีมในสายเป็น ดินาโม เคียฟ (ยูเครน) และ เฟเรนซ์ วารอส (ฮังการี)

หลังการจับสลากเสร็จสิ้น เว็บไซต์ของ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ก็รวบรวมสถิติที่น่าสนใจในการดวลกันระหว่าง เมสซี กับ โรนัลโด ซึ่งครั้งล่าสุดที่เจอกันในศึกชิงแชมป์สโมสรยุโรป ต้องย้อนกลับไปในการแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อฤดูกาล 2010/11

ครั้งนั้น เมสซี นำทัพ บาร์เซโลนา ชนะ เรอัล มาดริด ของ โรนัลโด ด้วยสกอร์รวม 3-1 ซึ่งในเลกแรก เมสซี ก็เหมาทั้ง 2 ลูก พา “เจ้าบุญทุ่ม” บุกไปชนะ “ราชันชุดขาว” ถึงถิ่น 2-0 ด้วย

สถิติการพบกันระหว่าง เมสซี VS โรนัลโด

พบกันทั้งหมด (ระดับสโมสรและทีมชาติ) – 35 ครั้ง

ชนะ – เมสซี 26 ครั้ง / โรนัลโด 10 ครั้ง

ทำประตู – เมสซี 22 ประตู / โรนัลโด 19 ประตู

ครั้งแรกที่พบกัน 

ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ ฤดูกาล 2007/08

เลกแรก บาร์เซโลนา 0-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เลกสอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 บาร์เซโลนา

การพบกันครั้งแรกของทั้งคู่เกิดขึ้นในศึกชิงเจ้ายุโรป รอบตัดเชือก เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ซึ่งนัดแรก โรนัลโด พลาดจุดโทษจน “ปิศาจแดง” พลาดโอกาสบุกไปชนะ “เจ้าบุญทุ่ม” ถึงถิ่นคัมป์ นู แต่เมื่อกลับมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในเลกที่ 2 พอล สโคลส์ ก็จัดการยิงไกลสุดสวย ส่ง แมนยูฯ เข้าไปปราบ เชลซี ในรอบชิงชนะเลิศจากการดวลจุดโทษตัดสินที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ก่อนคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ของสโมสร ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ถ้วยบิ๊กเอียร์มาครอบครองด้วย

แมตช์ใหญ่ที่สุด

ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2008/09

บาร์เซโลนา 2-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เป็นครั้งสุดท้ายที่ โรนัลโด ลงเล่นในสีเสื้อแมนยูฯ ก่อนย้ายไป เรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์ปี 2009 แต่คราวนี้ เมสซี นำขุนพล บาร์เซโลนา กลับมาล้างแค้นได้สำเร็จ โดยที่ยอดดาวเตะอาร์เจนไตน์โหม่งทำประตูปิดท้ายก่อนเอาชนะไป 2-0 ซึ่งหลังจบเกม โรนัลโด ถึงกับบ่นอุบว่า “เราและผู้เล่นในทีมเล่นกันได้ไม่ดีเลย รวมถึงการวางแท็กติกด้วย ทุกอย่างดูจะผิดพลาดไปหมด”

ครั้งล่าสุดในรายการนี้

ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ ฤดูกาล 2010/11

เลกแรก  เรอัล มาดริด 0-2 บาร์เซโลนา

เลกสอง  บาร์เซโลนา 1-1 เรอัล มาดริด

หลังจาก เปเป โดนไล่ออกในเลกแรก เมสซี ก็ควบคุมทุกอย่างเอาไว้แทบเท้าด้วยการยิงคนเดียว 2 ประตูในช่วง 15 นาทีสุดท้าย หนึ่งในนั้นเป็นการโซโล่เดี่ยวแหวกแนวรับ “ราชันชุดขาว” เข้าไปยิงอย่างเหนือชั้น พา “เจ้าบุญทุ่ม” บุกไปชนะ 2-0 ที่ซานติอาโก เบร์นาเบว ก่อนจะกลับมาเสมอในบ้าน 1-1 ซึ่ง เมสซี ยังต่อยอดในรอบชิงชนะเลิศที่เอาชนะ แมนยูฯ 3-1 ด้วยการทำไป 12 ประตูตลอดรายการในซีซั่นนั้น คว้าตำแหน่งดาวซัลโว ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้เป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกันด้วย

สถิติต่างๆ ที่น่าสนใจ

  • ทีมที่มี เมสซี ทำผลงานได้เหนือกว่าทีมที่มี โรนัลโด ในการเจอกันในถ้วยยุโรป (เมสซี ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1)
  • โรนัลโด ยังไม่เคยทำประตูได้เลยในการพบกับ เมสซี ทั้ง 5 ครั้งในเกมระดับสโมสรยุโรป
  • เมสซี ยิงไป 3 ประตูในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่พบกับทีมของ โรนัลโด
  • โรนัลโด ยังนำห่าง เมสซี ในฐานะดาวซัลโวตลอดกาลของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (โรนัลโด 130 ประตู / เมสซี 115 ประตู)
  • เมสซี ยิงไปแล้ว 2 ประตูจาก 5 เกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่พบกับ ยูเวนตุส ต้นสังกัดปัจจุบันของ โรนัลโด หรือคิดเป็น 1 ประตูในทุกๆ 197 นาทีที่อยู่ในสนาม เมื่อเผชิญหน้ากับทีม “ม้าลาย”
  • โรนัลโด ยังไม่เคยทำประตู บาร์เซโลนา ได้เลย ตลอดเวลาทั้งหมด 450 นาทีที่เคยดวลกันในเวทียูฟ่า แชมเปียนส์ลีก.
CATEGORIES
Share This
btnimage